วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ปางจำปี



    วันที่27กันยายน 2552 ผมและเพื่อนๆร่วมกระบวนการท่องไพรชวนกันไปเพื่อเรียนรู้ที่หมู่บ้านปางจำปี หมู่ 7 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ อุทยานการเรียนรู้ชุมชน คนรักษ์ป่า พื้นที่การเรียนรู้บ้านวังปลา แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศลำน้ำแม่ลายน้อย
           ความหลากหลายของป่าต้นน้ำ บ้านพักและศูนย์บริการข้อมูลตูบซางคำ ฟ้งแนวคิดการพัฒนาจากผ้นำ บนฐานการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติจริง ชุมชนบ้านปางจำปีได้ปรับวิธีการ บริหาร ชุมชนในลักษณะ Model รปแบบประเทศ คือผู้ใหญ่บ้านเปรียบเป็นเหมือนนายกและมีรัฐมนตรี แต่ละกระทรวงร่วมกันบริหาร ร่วมวางเป้าหมายและยุทธศาสตร์
           การพัฒนาหมู่บ้าน การฟื้นฟูและอนุรักษ์แม่ลายน้อยเพื่อพัฒนาบ้านปางจำปีให้เป็นหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนอกจากจะคืนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าอันเป็นแหล่งกำเนิดลำน้ำ “แม่ลายน้อย”จากคำบอกเล่าของผู้นำ ทราบว่าชาวบ้านปางจำปี สามารถรวบรวมผืนป่าที่เคยถูกบกรุกคืนให้แก่ธรรมชาติ จากที่เคยมีปัญหานายทุนนอกพื้นที่เข้ามาซื้อที่ดิน และขยายพื้นที่เข้าไปในเขตป่า ชาวบ้านบางรายเมื่อขายที่ทำกินไปแล้ว ก็รุกป่าหาพื้นที่ทำกินใหม่
          โดยวิธีชุมชนจัดการกันคือการทำ "โฉนดชุมชน" ซึงถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน งานที่สำเร็จได้มาจากดอกผลของการที่ชาวบ้านมีงานวิจัยซึงได้สนับสนุนจาก สกว.แม่โจ้ ทำให้ชาวบ้านมีความเข้มแข็งที่จะลุกขึ้นมาจัดการกับปัญหาของตนเองได้
           นับว่าบ้านปางจำปีเป็นแหล่งที่ชุมชนอื่นจะได้มาเรียนรู้ และนำแนวคิดกลับไปปรับใช้กับชุมชนของตนเองได้ป็น อย่างดี เราชาวคณะที่ประกอบไปด้วยผู้มีใจรักในธรรมชาติ เป็นครูและเป็น อบต.ที่รักในการพัฒนาคงจะเกิดแนวคิดดีๆนำกลับไปปรับใช้ในชีพวิถีของตนเองให้เกิดประโยชน์โดยส่วนตัวและกับชุมชนของตนของตนต่อไปนะครับ

      ท้ายนี้ขอนำข้อคิดดีๆ จากที่มีคนเขียนเอาไว้ จึงขอนำเอามาเผยแพร่ต่อ คือกระบวนการทางปัญญาที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ

1) ผู้ที่อยู่ในกระบวนการจะต้องมีการพิจารณาและคิดอย่างเชื่อมโยงอยู่เสมอ

2) จะต้องหมั่นฝึกคิด ใครฝึกคิดบ่อยๆ ก็ได้คิดเก่งขึ้น

3) จะต้องมีศรัทธาหรือความเชื่อในสิ่งที่ตนเองทำก่อนว่าเราสามารถทำได้

4) จะต้องมีกิจกรรมร่วมกับกัลยาณมิตร และมีการแลกเปลี่ยนกันอย่างสม่ำเสมอ